ประวัติพระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสาระมหาเถระ)

ชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์ ฉายา กตสาโร อายุ ๙๔ พรรษา ๗๓ น.ธ. เอก ป.ธ. ๓ พธ.ด.กิตติมศักดิ์

พระมหาโพธิวงศาจารย์(สุจี กตสาโร)

การดำรงตำแหน่งในอดีต

  • อดีตเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
  • อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖
  • อดีตคณะที่ปรึกษาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
  • อดีตพระอุปัชฌาย์
  • อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
  • อดีตผู้จัดการโรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา จังหวัดแพร่
  • อดีตประธานสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่

สถานะเดิม
ชื่อ สุจี นามสกุล ขรวงค์   เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๐ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีมะเส็ง บิดา นายลาด มารดา นางผัน ขรวงค์ เกิดที่บ้านทุ่งอ่วน หมู่ที่ ๖ ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

การศึกษา
ได้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดนาจักร จนสำเร็จชั้นประถมปีที่ ๕ อันเป็นชั้นสูงสุด แล้วบรรพชาเป็นสามเณร

บรรพชา
วันที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ณ วัดกาญจนาราม ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่   พระอุปัชฌาย์คือ พระครูมหาญาณสิทธิ์ วัดมิ่งเมือง (ปัจจุบันวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร) อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

อุปสมบท
วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๑ ณ วัดกาญจนาราม ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่     พระอุปัชฌาย์คือ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ในขณะดำรงสมนศักดิ์ที่ พระปริยัติวงศาจารย์) วัดพระบาท (ปัจจุบันวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร) ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

วิทยฐานะ
พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
พ.ศ. ๒๔๘๖ สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาครุศาสตร์) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาการบริหารการศึกษา) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาบริหารศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้
ความชำนาญพิเศษ เทศนา และอ่าน เขียน ภาษาลานนา (ภาษาพื้นเมือง)ได้

งานปกครอง
พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นพระอุปัชฌาย์ จนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดแพร่
พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดแพร่
พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง
พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค ๖
พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นกรรมการฝ่ายปกครอง ของมหาเถรสมาคม
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖
 
กิจกรรมภายในวัด

  • มีการทำอุโบสถกรรม (สวดปาฏิโมกข์) ตลอดปี และมีภิกษุที่สวดปาฏิโมกข์ได้ ๑ รูป
  • มีการทำวัตรสวดมนต์เช้า – เย็น เป็นประจำตลอดปี
  • มีระเบียบการปกครองของวัด เป็นไปตามกฎระเบียบมหาเถรสมาคม พระธรรมวินัยและอาณัติสงฆ์ในเขตหนเหนือ จรถึงปัจจุบัน
  • มีกติกาของวัด โดยใช้กติกาของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ฟู อตฺตสิวมหาเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร

งานการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นครูสอนนักธรรมชั้นตรี สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
พ.ศ. ๒๔๘๖ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นตรีสนามหลวง
พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นโทสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบาลีมัธยมธรรมราชวิทยา
พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่พุทธโกศัยวิทยา  (ปัจจุบันโรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา จังหวัดแพร่)
พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นกรรมการนำประโยคข้อสอบธรรมไปเปิดสอบ ณ ประเทศมาเลเซีย
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นรองอธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตแพร่
พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นประธานสภา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่

วิธีส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณร
ได้ส่งเสริมพระภิกษุสามเณรที่เรียนดีไปเรียนต่อชั้นสูง เช่น ส่งไปสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตร สำนักเรียนวัดชนะสงคราม และสำนักเรียนวัดปากน้ำ ทั้งนี้ก็เพราะทางสำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารไม่ได้เปิดให้เรียนบาลีขั้นสูง (ตั้งแต่ ป.ธ.๕-๙) และยังได้อุปถัมภ์ด้านจตุปัจจัยเป็นพิเศษให้กับพระภิกษุสามเณรที่ไปเรียนต่อต่างประเทศอีกด้วย

งานเผยแผ่
พ.ศ. ๒๔๘๖ เป็นกรรมการส่งเสริมศีลธรรมแพร่
พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นผู้แทนนำพระไตรปิฎกไปประดิษฐานที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นอนุกรรมการ ก.ป.ช. จังหวัดแพร่
พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นประธานนำครู-อาจารย์โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อกกอบรม ศีลธรรมแก่ประชาชนตามอำเภอต่างๆ ในเทศกาลเข้าพรรษาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นผู้ร่วมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ ประเทศอินโดนีเซีย
พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ร่วมกับคณะเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเผยแผ่ ณ ประเทศจีน
พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้แสดงพระธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแพร่  ชื่อ รายการ “ธรรมะสู่ประชาชน” เป็นประจำทุกวัน เวลา ๐๕.๑๕ น.
ได้เชิญชวนพระภิกษุสามเณรและคณะศรัทธาญาติโยมผู้ใจบุญได้กระทำพิธีกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา ตลอดจนวันสำคัญที่เกี่ยวกับบ้านเมือง
ได้ให้การอบรมศีลธรรมแก่นักเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ , โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยาและพระนิสิตมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ในบางโอกาส
ได้ให้การอบรมศีลธรรมแก่ผู้ใขบุญในวันธัมมัสวนะที่วัดทุกวัน
ได้ให้การอบรมศีลธรรมแก่ประชาชนตามโครงการต่างๆ ของคณะสงฆ์ และหน่วยงานราชการ
ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการใช้สถานที่วัดจัดประชุมสัมมนาสอบบรรจุและบำเพ็ญสาธารณกุศลอื่นๆ

ที่มา : ประวัติวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารฯ (๒๕๕๔), : เมืองแพร่การพิมพ์.